ArticleIDPicAddressSubjectDate
{ArticleID}
{Header}
{Subject}

{Comment}

 {StringDate}
 
 
 
 
 
 
 
ViewArticlePage
 
 
 
  • แนวทางการรู้จักมะฮฺดียฺ (อ.  
  • Sendtofriend
  •  
  •  
  • แนวทางการรู้จักมะฮฺดียฺ (อ.)

    สำหรับการรู้จักอิมามมะฮฺดียฺ (อ.) คุณสมบัติของท่าน การเร้นกาย และการปรากฏกายอีกครั้งไม่มีวิธีการใดดีไปกว่าอัล-กุรอานและริวายะฮฺขอบรรดามะอฺซูม (อ.)

    และการอางอิงถึงอัล-กุรอานและริวายะฮฺเหล่านั้นปัจจุบันมีหนังสือที่เขียนถึงท่านอิมามมากมายเกินกว่า 1,000 เล่ม ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่าหนังสือและบทความต่าง ๆ ที่เขียนถึงอิมามเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยของความรู้เกี่ยวกับตัวสำรองสุดท้ายของพระผู้เป็นเจ้า เนื่องจากแนวความคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับการมีอยู่ของท่านไม่ได้แตกต่างไปจากการมีอยู่ของท่านอิมามอะลี (อ.) ดังฮะดีซของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวว่า

    โอ้อะลีเอ๋ย ไม่มีผู้ใดรู้จักอัลลอฮฺ นอกจากฉันและเจ้า ไม่มีผู้ใดรู้จักฉันนอกจากอัลลอฮฺและเจ้า และไม่มีผู้ใดรู้จักเจ้านอกจากอัลลอฮฺ (ซบ.) และเราะซูลของพระองค์

    นอกจากนี้แล้ว เป็นเพราะว่าความพิเศษของช่วงการเร้นกายไม่มีผู้ใดสามารถมั่นใจได้ว่าทุกคำสั่งของท่านอิมามได้มาถึงพวกดังสิ่งเดียวที่สามารถทำให้เรารู้จักอิมามมะฮฺดียฺ (อ.) ได้ดีที่สุดคืออัล-กุรอานและริวายะฮฺดังที่กล่าวไปแล้ว เช่นที่กล่าวว่า

    ฉันถามซะอีดิบนิมุซัยยับว่า : มะฮฺดียฺเป็นเรื่องจริงหรือ กล่าวว่า แน่นอนเป็นเรื่องจริง

    ฉันถามว่า : แล้วมะฮฺดียฺมาจากเผาไหน

    กล่าวว่า: มาจากเผ่ากะนานะฮฺ ฉันถามต่อว่า มาจากตระกูลใด

    กล่าวว่า: มาจากกุเรช ฉันถามว่า จากผู้ใด

    กล่าวว่า: มาจากสายตระกูลของบนีฮาชิม ฉันถามว่า เป็นลูกของใคร

    กล่าวว่า: เป็นบุตรของท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (อ.)

    จุดประสงค์ของคำว่า กะนานะฮฺ หมายถึง กะนานะฮฺ บิน คุซัยมะฮฺ บิน มุดเราะกะฮฺ บิน อิลยาซ บิน มุฎิร บิน นิซาร บิน มะอฺดิ บิน อัดนาน ปู่ทวดของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ)

    ณ ที่นี้จะนำเสนอริวายะฮฺทั้งฝ่ายชีอะฮฺและซุนนียฺที่กล่าวถึงอิมามมะฮฺดียฺเอาไว้เพื่อกการรู้จักอิมามมะฮฺดียฺ (อ.) ให้มากยิ่งขึ้น เช่น

    อิมามมะฮฺดียฺในริวายะฮฺชีอะฮฺ

    ตำราอันทรงคุณค่าหลายเล่มของชีอะฮฺ เช่น อุซูลกาฟียฺ อัลฆัยบะฮฺ อัลนุอฺมานียฺ และเล่มอื่น ๆ อีกมากมายได้บันทึกฮะดีซเกี่ยวกับท่านอิมามมะฮฺดียฺ (อ.) เอาไว้ ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญเป็นพิเศษเกี่ยวกับท่านอิมาม

    บางครั้งอาจจะเห็นว่าริวายะฮฺบางบทได้กล่าวอย่างห้วน ๆ เนื่องจากว่าเงื่อนไขของสังคมและขอบข่ายที่จำกัดทำให้นักปราชญ์ไม่อนุญาตให้กล่าวสิ่งใดมาำกไปกว่านั้น เพราะอาจเป็นสาเหตุำทำให้ภาพพจน์ของสังคมในยุคนั้นต้องรำส่ำระสายไปมากยิ่งขึ้น

    ณ ที่นี้จะนำเสนอริวายะฮฺต่าง ๆ จากบรรดามะอฺซูม (อ.) ที่ได้กล่าวเกี่ยวกับท่านอิมามมะฮฺดียฺ (อ.) เอาไว้เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจ ความใกล้ชิด และเป็นการทำความรู้จักกับท่านอิมามให้มากยิ่งขึ้น เช่น

    1. ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวถึงอิมามมะฮฺดียฺ (อ.)

    มะฮฺดียฺ (อ.) เป็นบุตรของฉันชื่อของเขาคือชื่อของฉัน ฉายานามของเขาคือฉายานามของฉัน กิริยามารยาทและการสร้างของเขาคล้ายฉันมากกว่าประชาชาติทั้งหมด เขาจะเร้นกายหายไปซึ่งประชาชาติในยุคนั้นจะหลงทาง หลังจากนั้นจะปรากฏกายออกมาอีกครั้งเหมือนดาวเสาร์ที่สุกสดใส และจะทำให้โลกเปี่ยมล้นไปด้วยความยุติธรรมดั่งที่โลกเคยเปี่ยมล้นด้วยความอธรรมมาแล้ว[1]

    ท่านอิมามซอดิก (อ.) กล่าวว่า ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวว่า โชคดีสำหรับคนที่รู้จักกออิมแห่งอะฮฺลุลบัยตฺของฉัน และได้ปฏิบัติตามก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนหยัด เชื่อฟังปฏิบัติตามเขาและอะอิมมะฮฺผู้ชี้นำทางท่านอื่นก่อนเขา และมุ่งขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺให้พ้นจากบรรดาศัตรูของเขา เหล่านั้นคือมวลมิตรของฉัน และเป็นประชาชาติที่มีเกียรติที่สุดสำหรับฉัน[2]

    2. ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวถึงอิมามมะฮฺดียฺ (อ.)

    ท่านอิมามอะลี (อ.) ขณะที่กล่าวสรรเสริญอัลลอฮฺ (ซบ.) และท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ท่านได้กล่าวว่า

    พวกเราคือ รัศมีแห่งฟากฟ้าและแผ่นดินเป็นเรือที่ให้ความช่วยเหลือ วิชาการและความรู้ถูกบันทึกอยู่ ณ พวกเรา ยังพวกเราคือเป้าหมายของทุกภารกิจการงาน และมะฮฺดียฺของเราคือข้อพิสูจน์สุดท้าย เขาคืออิมามมะอฺซูมคนสุดท้ายที่จะทำการช่วยเหลือประชาชาติทั้งหลาย เขาคือนูรสุดท้ายแห่งสาร (ของพระผู้เป็นเจ้า) และเป็นความเร้นลับที่ถูกปิดบัง ขอแสดงความยินดีต่อบุคคลที่ยึดมั่นอยู่กับสายเชือกของพวกเรา และได้ร่วมอยู่บนความรักที่มี่ต่อพวกเรา[3]

    อิมามญะวาด (อ.) กล่าวว่า ท่านอิมามอะลี (อ.)

    สำหรับกออิมของเราจะมีการเร้นกายที่ยาวนาน ฉันเป็นห่วงชีอะฮฺของฉันในช่วงการเร้นกายว่าจะระหกระเหินเสมือนฝูงแกะที่ไม่มีจ่าฝูงที่คอยตามหาทุ่งหญ้าแต่ไม่พบ พึงสังวรไว้เถิดว่าบุคคลใดก็ตามที่สร้างความมั่นคงให้ศาสนาของเขา และหัวใจของเขาไม่แข็งกระด้างเนื่องจากการเร้นกายที่ยาวนานของอิมามของเขา ดังนั้น เขาคือพวกของฉัน และในวันกิยามัตเขาจะยืนอยู่ตำแหน่งเดียวกับฉัน[4]

    3. ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (อ.)

    ญาบิิร อับดุลลอฮฺ อันซอรียฺ กล่าวว่า ฉันได้ไปหาท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (อ.) และฉันได้เห็นแผ่นบันทึกในมือของท่าน ซึ่งบันทึกรายนามของบรรดาตัวแทนของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ทั้งหมดเป็นบุตรหลานของท่านหญิง ฉันได้นับนามเหล่านั้นมีทั้ง สิ้น 12 ท่าน ท่านสุดท้ายคือ อัลกออิม (อ.) สามท่านมีนามว่ามุฮัมมัด และอีกสามท่านมีนามว่าอะลี[5]

    4. อิมามฮะซัน มุจญฺตะบา (อ.)

    โอ้ประชาชน พวกท่านไม่ทราบหรือว่าพวกเราครอบครัวของท่านศาสดาทุกคนต้องทนให้สัตยาบันกับผู้ปกครองที่อธรรมในยุคของตน ยกเว้นกออิม (อ.) ซึ่งศาสดาอีซา บุตรของมัรยัม (อ.) จะนมาซตามหลังเขา อัลลอฮฺ ผู้ทรงเกรียงไกรทรงปิดบังการประสูติของเขา และทรงเร้นกายของเขา ซึ่งจะปรากฏกายมาอีกครั้งหนึ่งโดยที่ผู้ให้สัตยาบัน จนกระทั่งบุตรคนที่เก้าของฮุซัยนฺน้องชายของฉัน ซึ่งเป็นบุตรชายของสตรีที่อยู่ในครอบครอง อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงทำให้เขามีอายุยืนยาวในช่วงของการเร้นกาย และจะปรากฏกายออกมาโดยอำนาจของพระองค์โดยที่มีใบหน้าอ่อนกว่าคนอายุ 40 ปี และจงรู้ไ้ว้ว่า อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง[6]

    5. อิมามฮุซัยนฺ (อ.)

    มาตรว่าอายุขัยของโลกจะเหลือแค่วันเดียว อัลลอฮฺจะทรงทำให้วันนั้นยาวนานออกไป จนกระทั่งชายหนุ่มจากครอบครัวของฉันได้ปรากฏกายออกมา และจะทำให้โลกนี้เปี่ยมล้นไปด้วยความยุติธรรม ดั่งที่โลกเคยเปี่ยมล้นด้วยความอธรรมมาแล้ว ดังที่ฉันได้ยินท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวเป็นประจำ[7]

    ถ้าหากมะฮฺดียฺได้ลุกขึ้นยืนหยัด จะมีประชาชนปฏิเสธและไม่รู้จัก เนื่องจากท่านได้กลับมาในสภาพของชายหนุ่ม ขณะที่พวกเขาคิดว่า ท่านคือชายชราที่สูงอายุ[8]

    6. อิมามซัจญาด (อ.)

    ภายหลังจากชะฮาดัตของท่านอิมามฮุซัยนฺ (อ.) ขณะที่กองคาราวานถูกต้อนไปสู่เมืองชาม ประเทศซูเรียปัจจุบัน ซึ่งวันนั้นตรงกับวันศุกร์พอดี นักปราศรัยของยะซีดได้ขึ้นกล่าวคำเทศนาที่น่าขยะแขยง อิมามซัจญาด (อ.) ได้ลุกขึ้นยืนโต้ตอบกับเขาทันที่ หลังจากนั้นท่านได้กล่าวว่า

    โอ้ประชาชนเอ๋ย อัลลอฮฺ (ซบ.) ได้ประทานคุณสมบัติ 7 ประการให้กับพวกเรา และให้พวกเรามีความประเสริฐ 7 ประการเหนือกว่าบุคคลอื่น อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงประทานวิชาการความรู้ ความอดทนพิเศษ ความโอบอ้อมอารี วาทศิลป์ในการพูด ความกล้าหาญให้กับพวกเรา และให้ความรักที่มีต่อพวกเราบรรจุอยู่ในจิตใจของผู้ศรัทธาทุกคน

    และให้พวกเรามีความประเสริฐ 7 ประการเหนือกว่าบุคคลอื่นได้แก่

    -ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ผู้ได้รับการเลือกสรรจากอัลลอฮฺ (ซบ.) มาจากพวกเรา

    -ในหมูพวกเรามีบุคคลที่มีความสัจจะที่สุดในหมู่ประชาชาติได้แก่ อะลีอมีรุลมุอฺมินีน (อ.)

    -ในหมู่พวกเรามี ผู้ได้รับเกียรติอันสูงส่งจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ได้แก่ ญะอฺฟัรฏอยยาร

    -ในหมู่พวกเรามีราชสีห์แห่งอัลลอฮฺ (ซบ.) และเราะซูลของพระองค์ได้แก่ ชะฮีดฮัมซะฮฺ

    -ในหมู่พวกเรามีไข่มุกอันล้ำค่าสำหรับประชาชาติได้แก่ ฮะซันและฮุซัยนฺ

    -ในหมู่พวกเรามีมะฮฺดียฺ เป็นอิมามท่านสุดท้ายสำหรับประชาชาตินี้

    ท่านอิมาม (อ.) กล่าวต่ออีกว่า กออิมมาจากพวกเราการประสูติของเขาไม่เป็นที่เปิดเผยสำหรับประชาชน จนกระทั่งประชาชนกล่าวว่า เขายังไม่ได้กำเินิดขึ้นมาจนกระทั่งเขาได้ปรากฏกายออกมาโดยไม่มีผู้ให้สัตยาบันก่อนมาก่อน[9]

    7. อิมามบากิร กล่าว (อ.)

    จะมีช่วงเวลาหนึ่งประสบกับประชาชน อิมามจะเร้นกายไปจากพวกเขา ดังนั้น ขอแสดงความยินดีกับปวงชนที่ได้อยู่ร่วมสมัยกับอิมามแห่งยุคของตน[10]

    8. อิมามซอดิก (อ.)

    สำหรับกออิมของเราจะเร้นกาย 2 ครั้ง ครั้งแรกเร้นกายในช่วงสั้น และอีกครั้งเร้นกายในระยะยาว[11]

    9. อิมามกาซิม (อ.)

    อิมามมะฮฺดีย์ จะเร้นกายไปจากสายตาของประชาชน แต่หัวใจของผู้ศรัทธาจะรำลึกถึงตลอดเวลา[12]

    10. อิมามรอฎอ (อ.)

    เมื่ออิมามมะฮฺดีย์ ลุกขึ้นยืนหยัด แผ่นดินจะเต็มไปด้วยรัศมีของท่าน อิมามจะตั้งตราชูในหมู่ผู้คน หลังจากนั้นจะไม่มีผู้ใดกดขี่กันและกันอีกต่อไป[13]

    11. อิมามญะวาด (อ.)

    กออิมของเราคือบุคคลที่ประชาชนต่างเฝ้ารอคอยการปรากฏตัว ขณะที่เขาเร้นกาย และเมื่อเขายืนขึ้นผู้โอหังทั้งหลายต่างสิ้นซากเนื่องจากคำสั่งของเขา[14]

    12. อิมามฮาดีย์ (อ.)

    อิมามหลังจากฉันคือบุตรของฉัน ฮะซัน และหลังจากเขาคือบุตรของเขา อัล-กออิม ผู้ที่จะทำให้แผ่นดินเปี่ยมล้นไปด้วยความยุติธรรม ประหนึ่งที่เคยเต็มไปด้วยความอยุติธรรม[15]

    13. อิมามฮะซันอัซการีย์ (อ.)

    ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์มิได้พรากฉันไปจากโลกนี้ จนกระทั่งพระองค์ได้แสดงตัวแทนของฉันให้ฉันเห็น เขาเป็นบุคคลที่การสร้าง และจริยธรรมคล้ายคลึงกับท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) มากกว่าบุคคลใดทั้งสิ้น[16]



    [1]บิฮารุลอันวาร เล่ม 51 หน้า 72, กะมาลุดดีน เล่ม 1 หน้า 287

    [2]72, กะมาลุดดีนหน้า 287

    [3]บิฮารุลอันวาร เล่ม 74 หน้า 300

    [4]กะมาลุดดีน หน้า 303

    [5]อัลกาฟียฺ เล่ม 1 หน้า 522 บาบ มาญาอะ ฟีล อิซนาอะชะเราะ

    [6]กะมาลุดดีน หน้า 317

    [7]บิฮารุลอันวาร เล่ม 51 หน้า 133

    [8]มุอฺญิมุลอะฮาดีซอิมามมะฮฺดียฺ(.) เล่ม3หน้า354

    [9]กะมาลุดดีน เล่ม 1 หน้า 324

    [10]กะมาลุดดีน เล่ม 1 หมวดที่ 3 ฮะดีซที่ 3 หน้า 584

    [11]ฆัยบัต นุอ์มานีย์ หมวดที่ 10 ภาคที่ 4 ฮะดีซที่ 5 หน้า 176

    [12]อ้างแล้วเล่มเดิม หมวดที่ 34 ฮะดีซที่ 6 หน้า 57

    [13]เล่มเดิม หมวดที่ 35 ฮะดีซที่ 5 หน้า 60

    [14]เล่มเดิม หมวดที่ 36 ฮะดีซที่ 1 หน้า 70

    [15]เล่มเดิม หมวดที่ 37 ฮะดีซที่ 10 หน้า 79

    [16]เล่มเดิม หมวดที่ 37 ฮะดีซที่ 7 หน้า 118

     
     
  • RelatedArticle
  • เหตุผลเบื้องหลังความสว่าง
    ท่านอิมามอะลี มีสิทธิต่อการเป็นผู้นำมากกว่า
    อิมามัต
    มารู้จักมะฮฺดียฺ (อ.)
    ประโยชน์ของการมีอิมามอะฮฺดี (อ.) ในช่วงการเร้นกาย
    อีกกลุ่มหนึ่งสร้างราชวังเพื่อตัวเอง จับจ่ายด้วยทรัพย์สินอย่างฟุ่มเฟือยและมีชีวิตการเป็นอยู่อย่างเลิศหรู สถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมเช่นแรงกระหายต่อความยุติธรรมจะยิ่งมีมากขึ้น
    ภาคที่ 4 บทที่ 1 สถานการณ์โลกในช่วงต้นของการปรากฏกาย
    แบบอย่างการพิพากษาของอิมาม
    ช่วงเวลาการปกครองของรัฐบาลอิมามมะฮฺดียฺ (อ.)
    คุณสมบัติต่าง ๆ ของรัฐบาล
    การได้มาซึ่งอำนาจของรัฐ
    นโยบายเศรษฐกิจ
    นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลมะฮฺดียฺ (อ.)
    รัฐบาลของอิมามมะฮฺดีย (อ.)
    ผลของการรอคอย
    สิ่งที่ผู้รอคอยพึงปฏิบัติ
    สิ่งที่ผู้รอคอยพึ่งปฏิบิติ
    หน้าที่ของผู้รอคอย
    การรอคอยมะฮฺดียฺตามริวายะฮฺ
    ประเภทของการเร้นกาย