คำเทศนา 205
กล่าวถึงฏ็อลฮะฮฺกับซุบัยรฺ
كَلَّمَ بِهِ طَلْحَةَ وَ الزُّبَيْرَ بَعْدَ بَيْعَتِهِ بِالْخِلافَةَ وَ قَدْ عَتَبا عَلَيْهِ مِنْ تَرْكِ مَشْوِرَتِهِما، وَالاسْتِعانَةِ في الأُمُورِ بِهِما
คำเทศนาบทนี้ ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวหลังจากฏ็อลฮะฮฺกับซุบัยรฺให้สัตยาบันกับท่านแล้วกล่าวคัดค้านในเชิงของการประท้วงว่า ทำไมไม่ขอคำปรึกษาจากพวกเขาในการปฏิบัติภารกิจ และทำไมไม่ขอความช่วยเหลือจากพวกเขา (ท่านอิมามกล่าวคำเทศนาบทนี้เพื่อตอบข้อสงสัยของพวกเขา)
ด้งเป็นที่ประจักษ์ว่าพวกเขากำลังรอคอยการจัดสรรตำแหน่งหน้าที่ทางการปกครองจากท่านอิมาม (อ.) และต้องการให้ท่านปรึกษาหารือกับพวกเขาในทุกๆ เรื่อง ซึ่งท่านอิมาม (อ.) ได้กล่าวเตือนสำทับพวกเขาซึ่งทำให้เห็นถึงเจตนารมณ์และเป้าหมายของการปกครองว่า
-ตำแหน่งและลาภยศจะทำลายพวกเขาและเป็นเพราะเหตุอันใดที่โกรธเคืองเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทำไมไม่จดจำเรื่องดีๆ มากมายในอดีต
-ท่านอิมาม (อ.) ยังไม่ประสบอุปสรรคปัญหาระหว่างการปกครองจึงไม่ได้ขอคำปรึกษาหารือกับพวกเขา ทว่าท่านดำเนินการปกครองตามแบบฉบับของอัล-กุรอานและซุนนะฮฺของท่านเราะซูล (ซ็อล ฯ) และไม่ว่าที่ใดต้องการคำปรึกษาหารือท่านจะไม่หลีกเลี่ยงอย่างแน่นอน
-ท่านได้กล่าวตอบว่าสาเหตุที่แบ่งสรรบัยตุลมาลในหมู่มุสลิมให้เท่าเทียมกัน เนื่องจากเป็นแบบฉบับของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ)
-สุดท้ายท่านอิมาม (อ.) ได้ดุอาอฺให้อัลลอฮฺเมตตาต่อกลุ่มชนที่ช่วยเหลือความดีงาม และต่อสู่กับกลุ่มชนที่กดขี่ข่มเหง
لَقَدَ نَقَمْتُمَا[1]يَسِيراً، وَ أَرْجَأْتُمَا[2]كَثِيراً. أَلا تُخْبِرَانِي، أَيُّ شَيْء كَانَ لَكُمَا فِيهِ حَقٌّ دَفَعْتُكُمَا عَنْهُ؟ أَمْ أَيُّ قَسْم اسْتَأْثَرْتُ[3]عَلَيْكُمَا بِهِ؟ أَمْ أَيُّ حَقٍّ رَفَعَهُ إِلَيَّ أَحَدٌ مِنَ الْمُسْلِمِينَ ضَعُفْتُ عَنْهُ، أَمْ جَهِلْتُهُ، أَمْ أَخْطَأْتُ بَابَهُ!
وَ اللّهِ مَا كانَتْ لِي فِي الْخِلاَفَةِ رَغْبَةٌ، وَ لاَ فِي الْوِلاَيَةِ إِرْبَةٌ،[4]وَ لَكِنَّكُمْ دَعَوْتُمُونِي إِلَيْهَا، وَ حَمَلْتُمُونِي عَلَيْهَا، فَلَمَّا أَفْضَتْ إِلَيَّ نَظَرْتُ إلَى كِتَابِ اللّهِ وَ مَا وَضَعَ لَنَا، وَ أَمَرَنَا بِالْحُكْمِ بِهِ فَاتَّبَعْتُهُ، وَ مَا اسْتَنَّ النَّبِيُّ(صلى الله عليه وآله)، فَاقْتَدَيْتُهُ، فَلَمْ أَحْتَجْ فِي ذلِكَ إِلَى رَأْيِكُمَا، وَ لاَ رَأْيِ غَيْرِكُمَا، وَ لاَ وَقَعَ حُكْمٌ جَهِلْتُهُ; فأَسْتَشِيرَكُمَا وَ إِخْوَانِي مِنَ الْمُسْلِمِينَ; وَ لَوْ كَانَ ذلِكَ لَمْ أَرْغَبْ عَنْكُمَا، وَ لاَ عَنْ غَيْرِكُمَا.
เจ้าทั้งสอง (ฏ็อลฮะฮฺกับซุบัยรฺ) ทำไมต้องโกรธเคืองเรื่องเล็กๆ น้อยๆ (ไม่ทำตามความต้องการของเจ้าทั้งที่ในทัศนะของเจ้าสิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องใหญ่) โดยละทิ้งหน้าที่สำคัญที่จะต้องทำให้ล่าช้าออกไป (สร้างความพึงพอใจต่ออัลลอฮฺและปฏิบัติตามข้าแต่เจ้าทั้งสองกับละทิ้ง) บอกกับข้าซิว่า สิทธิอันใดของพวกเจ้าไปหรือที่ข้าละเลยไป หรือส่วนแบ่งใดที่เป็นของพวกเจ้าแต่ข้าได้ใช้หมดไป หรือว่ามีคำร้องเรียนหรือสิทธิอันใดของประชาชนที่พวกเขานำมาเสนอต่อข้า แล้วข้าละเลยไม่ใส่ใจหรือไร้ความสามารถในสิ่งเหล่านั้น หรือว่าข้าไม่รู้เรื่องในปัญหา หรือว่าข้าตัดสินปัญหาผิดๆ อย่างไม่รู้จริง (ดังนั้น จะให้ข้าขอคำปรึกษากับผู้ที่ไม่รู้ประสีประสา หรือขอความช่วยเหลือจากผู้ที่ไร้ความสามารถกระนั้นหรือ)
ข้าขอสาบานด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺว่า ข้าไม่เคยปรารถนาตำแหน่งเคาะลิฟะฮฺหรืออำนาจการปกครองแม้แต่นิดเดียว พวกเจ้ามิใช่หรือที่เรียกร้องเชิญชวนข้า อ้อนวอนให้ข้ายอมรับตำแหน่ง และเมื่อตำแหน่งตกมาถึงมือข้า ข้าได้ปฏิบัติตามคัมภีร์แห่งอัลลอฮฺ (อัล-กุรอาน) และคำบัญชาต่างๆ ที่พระองค์ทรงกำหนดไว้แก่เรา ทรงบัญชาให้เราตัดสินไปตามกฎเกณฑ์เหล่านั้น ข้าพิจารณาไปตามนั้นโดยปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อีกทั้งข้าได้ปฏิบัติตามแบบฉบับของท่านเราะซูล (ซ็อล ฯ) (แน่นอน) ในภารกิจเหล่านี้ (การปฏิบัติตามอัล-กุรอานและซุนนะฮฺของเราะซูล) คงไม่จำเป็นต้องขอคำปรึกษาจากพวกเจ้าและบุคคลอื่น (เนื่องจากเป็นที่ชัดเจนสำหรับข้า) ยังมีไม่ปัญหาอันใดเกิดขึ้นที่ข้าไม่รู้และไม่เข้าใจ เพื่อข้าจะได้ขอคำปรึกษาจากพวกเจ้าและบุคคลอื่น มั่นใจเถิดว่าถ้าหากเกิดปัญหาเหล่านั้นจริง (ไม่เข้าใจในอัล-กุรอานหรือหลักการ) ข้าต้องปรึกษาหารือกับพวกเจ้าและบุคคลอื่นอย่างแน่นอน
وَ أَمَّا مَا ذَكَرْتُمَا مِنْ أَمْرِ الاُْسْوَةِ، فَإِنَّ ذلِكَ أَمْرٌ لَمْ أَحْكُمْ أَنَا فِيهِ بِرَأْيِي، وَ لاَ وَلِيتُهُ هَوًى مِنِّي، بَلْ وَجَدْتُ أَنَا وَ أَنْتُمَا مَا جَاءَ بِهِ رَسُولُ اللّهِ(صلى الله عليه وآله) قَدْ فُرِغَ مِنْهُ، فَلَمْ أَحْتَجْ إِلَيْكُمَا فِيَما قَدْ فَرَغَ اللّهُ مِنْ قَسْمِهِ، وَ أَمْضَى فِيهِ حُكْمَهُ، فَلَيْسَ لَكُمَا، وَ اللّهِ، عِنْدِي وَ لاَ لِغَيْرِكُمَا فِي هذَا عُتْبَى. أَخَذَ اللّهُ بِقُلُوبِنَا وَ قُلُوبِكُمْ إِلَى الْحَقِّ، وَ أَلْهَمَنَا وَ إِيَّاكُمُ الصَّبْرَ.
ثم قال (عليه السلام): رَحِمَ اللّهُ رَجُلاً رَأَى حَقًّا فَأَعَانَ عَلَيْهِ، أَوْ رَأَى جَوْراً فَرَدَّهُ، وَ كَانَ عَوْناً بِالْحَقِّ عَلَى صَاحِبِهِ.
ส่วนคำคัดค้านที่พวกเจ้าคัดค้านในเรื่องการจัดแบ่งบัยตุลมาลในหมู่มุสลิมให้เท่าเทียมกัน (โดยไม่แบ่งแยกระหว่างพวกเจ้ากับพวกเขา) ซึ่งการจัดแบ่งเช่นนี้ข้าไม่ได้กระทำไปตามทัศนะหรืออารมณ์ของตน ทว่าข้าและพวกเจ้าต่างรู้ดีว่าสิ่งนี้ก็คือ คำสั่งของท่านเราะซูล (ซ็อล ฯ) ที่ท่านนำมาและปฏิบัติในสังคม (ซึ่งไม่อาจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงให้เป็นอย่างอื่นได้) ด้วยเหตุนี้ ข้าไม่จำเป็นต้องขอคำปรึกษาหารือกับเจ้า ในภารกิจที่อัลลอฮฺทรงทำให้ชัดเจนและทรงมีบัญชาออกมาแล้ว ข้าขอสาบานด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺว่า พวกเจ้าและบุคคลอื่นไม่มีสิทธิ์คัดค้านข้าในเรื่องนี้ ขออัลลอฮฺทรงโปรดให้หัวใจของเราและหัวใจของเจ้ามุ่งมั่นแต่ความจริง (เพื่อว่าทั้งคำพูดและการกระทำของเราจะได้เป็นที่พึงพอพระทัยของพระองค์) และขอพระองค์ทรงโปรดประทานความอดทนแก่เราและพวกเจ้า (เพื่อเราจะได้ไม่หลุ่มหลงต่อวัตถุปัจจัยทางโลกโดยขัดคำสั่งของพระองค์)
หลังจากนั้นอิมาม (อ.) กล่าวว่า ขออัลลอฮฺทรงโปรดเมตตาต่อบุคคลที่เห็นสัจธรรมความจริงแล้วให้ความช่วยเหลือ (โดยไม่พูดหรือปฏิบัติในทางขัดแย้ง) และเมื่อเขาเห็นความอธรรมแล้วเขายืนหยัดต่อสู้เพื่อทำลายล้าง
[1]«نقمتما»มาจากรากศัพท์คำว่า «نقم»อยู่บนรูปของ «قلم»หรืออยู่บนรูปของ «نقب»หมายถึงการปฏิเสธ หรือการทักท้วงบุคคลหรือสิ่งของ ซึ่งบางครั้งอาจด้วยคำพูด หรือการกระทำ (ด้วยการลงโทษ) หรือการล้างแค้น ซึ่งประโยคข้างต้นหมายถึง การคัดค้นหรือการท้วงติง
[2]«أرجأتما»มาจากรากศัพท์คำว่า «ارجاء»หมายถึง การปล่อยให้ล่าช้า ซึ่งรากหลักของคำนี้คือ«رجاء» หมายถึง ความหวัง ดังนั้นบางครั้งมนุษย์จะปล่อยภารกิจบางอย่างให้ล่าช้าออกไปเพื่อให้สมหวังในความหวังของตนเอง
[3]«استأثرت»มาจากรากศัพท์คำว่า «استيثار»หมายถึง การยึดเอาสิ่งดีๆ ให้เป็นสมบัติของตน บางครั้งหมายถึงความเห็นแก่ตัว หรือความเห็นแก่ได้ ซึ่งรากหลักของคำนี้มาจากคำว่า «اثر»หมายถึงสัญลักษณ์
[4]«إربة» มาจากรากศัพท์คำว่า «أرب» อยู่บนรูปของ «عرب» หมายถึง ความต้องการอย่างรุนแรง ซึ่งการขจัดสิ่งเหล่านั้นมนุษย์ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น